ดอกกุหลาบสีขาว คืนวันศุกร์ และเรื่องราวของวินาทีสี่ทุ่ม
September 14, 2007
วันศุกร์มาถึงแล้ว ทำไมมันถึงมีบรรยากาศของความผ่อนคลายแฝงเร้นในความเคร่งเครียดอยู่นะ ตอนนี้เริ่มทะยอยทำอาร์ตเวิร์คไปบางส่วนแล้ว ตื่นเต้นไม่หยุดหย่อนเมื่อค่อยๆ เห็นหน้าตาของนิตยสารเล่มแรก หลังจากอีดิทงานไปแล้ว ถึงได้มีเวลานิ่ง ๆเขียนงานของตัวเองเสียบ้าง และพบว่าการเขียนบทบรรณาธิการยากชะมัด เราจะผสมผสานความขี้เล่นของหนังสือและบุคลิกจริงจังของตัวเองไว้อย่างไรดี
พี่ปุ๊กกี้คนดีน่ารักมาก อุตส่าห์โทรมาว่าข้างทางมีดอกกุหลาบสีขาวสวยมาก เราอยากจะรับไหม พี่ปุ๊กกี้คือคนเดียวกันกับคนที่ยอมตากแดดไปซื้อกุหลาบสีแดงมาให้เราไปแสดงความรู้สึกผิดที่ทำให้บางคนต้องรอนานแสนนาน เราบอกว่าเอามาเลยนะดอกกหุลาบสีขาว เสร็จแล้วก็ปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานโดยไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปมอบให้ใคร
แกล้งทำตัวเป็นสาวทำงาน กลั้นใจตรวจงานอยู่ออฟฟิศถึงสี่ทุ่มจะได้ไม่ต้องมาเจอความโพล้เพล้ของตะวันตกดิน และความจริงที่ว่าเราต้องเหงาอีกแล้ว เพื่อนชวนไปดริงค์ แต่เราไม่อยากไป เราอยากอยู่นิ่ง ๆ ฟังเพลง อ่านหนังสือและคิดถึงใครบางคนให้ขาดใจตายไปเลยดีกว่า
ถ้าโลกเราไม่มีโทรศัพท์มือถือก็คงดี พักนี้คิดบ่อย ๆว่าอยากปิดโทรศัพท์แล้วปล่อยให้ตัวเองอยู่ในโลกของความฝันดีกว่า….
“คนมีความสำคัญเพราะเราให้ความสำคัญ ถ้าเราหยุดให้ความสำคัญ เค้าก็หมดความสำคัญ” วาทะของพี่ต้น-อนุสรณ์ มูราคามิเมืองไทยว่าไว้ เอ่อ..พี่คะ พูดน่ะพูดได้ แต่อาการใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และภาวะเหม่อลอยทุกบ่ายจะให้ทำอย่างไรดี
September 14, 2007 at 6:15 pm
ในหนังสือของปาริสุทธิ์เคยมีบันทึกว่า
มีสวิทช์พิเศษอยู่อันหนึ่ง เวลาหกโมงเย็น และพระอาทิตย์กำลังจะลาลับ
เหล่าคนเหงาพากันกดสวิทช์อันนี้พร้อมเพรียงกัน
– เวลาหกโมงเย็นหายไป เหลือแต่เวลาในจินตภาพ
แดดยังคงกระจ่าง และพวกเขาเริ่มทำงานเพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างอีกครั้ง
แต่บันทึกก็คือบันทึก สวัทช์พิเศษอันนั้นจึงหายสาบสูญไป
ชอบที่พ่งเขียนครับ ในเวลาหลังเที่ยงคืนแบบนี้ เหมือนไม่มีใครอยู่ในโลกอีกเลย
September 14, 2007 at 6:19 pm
ยังคงคารมคมคายเหมือนเคยนะค่ะบอกอสาวเหลือน้อยผู้มีอารมณ์อ่อนไหวไปกับความรู้สึก ทุกครั้งที่เหงา เศร้า เบื่อ แล้วได้หยิบหนังสือทำมือของบอกอที่เคยทำไว้ตอนสมัยเรียนยังคงจำได้รึเปล่า อ่านที่ไรไม่มีสักคราที่ใบหน้าจะไม่เปื้อนรอยยิ้ม จะติดตามงานของบอกอต่อไปนะ
September 14, 2007 at 8:27 pm
ช่วงเวลาโพล้เพล้ของตะวันตกดิน
สำหรับเราเหมือนมันไม่ใช่เวลาของการงานโดยแท้ ^_^
เราว่าเวลาช่วงนี้มันต้องมีอะไรอยู่แน่ๆ อะไรที่ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เราไม่เคยทำงานได้ในช่วงนี้เลยอ่ะ
สมัยเด็กเราไม่เคยทำการบ้านในช่วงนี้
โตขึ้นมาหน่อยนี่คือเวลาของการเล่นฟุตบอล
หรือไม่ก็นั่งตลกโปกฮากับเพื่อนไปเรื่อยเปื่อยริมสระน้ำ
ถ้าอยู่คนเดียวก็ต้องหยุดงานที่ทำหาทีวีหรืออะไรดูไปเรื่อยเปื่อย ให้ผ่านเวลาช่วงนี้ไปแล้วค่อยกลับมาทำใหม่
ถ้าอยูในห้องสมุดนี่คือเวลาที่จะต้องออกไปหากาแฟกิน
แม้กระทั้งเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็น
แม้ว่างานจะเร่งขนาดไหนเวลาช่วงนี้คือเวลาที่เรามักจะเดินคุยเล่นกับเพื่อน
ให้ชีวิตผ่านช่วงโพล้เพล้ไปก่อนแล้วค่อยกับมาทำงานใหม่
เรารู้สึกมั่นใจมากๆ
เหมือนที่ได้บอกไป
ว่าเวลาช่วงนี้มันต้องมีอะไรอ่ะ
อะไรที่ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
September 15, 2007 at 10:25 am
กุหลาบสีขาวสวยมาก สวยจนตอนที่เราเดินถือกลับบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาสะกิดถามว่าซื้อมาจากไหน เสียดายที่มัวแต่ตกใจไปหน่อย ไม่งั้นเราจะยกให้เค้าเอาไปให้คนที่เค้ารัก
ดอกมันใหญ่มากและก็หอมสุด ๆ วันจันทร์จะให้พี่ปุ๊กกี้ซื้อให้อีก….
September 15, 2007 at 12:48 pm
ปีหน้า ลองกลับมาอ่านบันทึกวันนี้ดูดิ
น่าหนุกดี : )