กุหลาบขาววันศุกร์มาถึงแล้ว ทำไมมันถึงมีบรรยากาศของความผ่อนคลายแฝงเร้นในความเคร่งเครียดอยู่นะ ตอนนี้เริ่มทะยอยทำอาร์ตเวิร์คไปบางส่วนแล้ว ตื่นเต้นไม่หยุดหย่อนเมื่อค่อยๆ เห็นหน้าตาของนิตยสารเล่มแรก หลังจากอีดิทงานไปแล้ว ถึงได้มีเวลานิ่ง ๆเขียนงานของตัวเองเสียบ้าง และพบว่าการเขียนบทบรรณาธิการยากชะมัด เราจะผสมผสานความขี้เล่นของหนังสือและบุคลิกจริงจังของตัวเองไว้อย่างไรดี

พี่ปุ๊กกี้คนดีน่ารักมาก อุตส่าห์โทรมาว่าข้างทางมีดอกกุหลาบสีขาวสวยมาก เราอยากจะรับไหม พี่ปุ๊กกี้คือคนเดียวกันกับคนที่ยอมตากแดดไปซื้อกุหลาบสีแดงมาให้เราไปแสดงความรู้สึกผิดที่ทำให้บางคนต้องรอนานแสนนาน เราบอกว่าเอามาเลยนะดอกกหุลาบสีขาว เสร็จแล้วก็ปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานโดยไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปมอบให้ใคร

แกล้งทำตัวเป็นสาวทำงาน กลั้นใจตรวจงานอยู่ออฟฟิศถึงสี่ทุ่มจะได้ไม่ต้องมาเจอความโพล้เพล้ของตะวันตกดิน และความจริงที่ว่าเราต้องเหงาอีกแล้ว เพื่อนชวนไปดริงค์ แต่เราไม่อยากไป เราอยากอยู่นิ่ง ๆ ฟังเพลง อ่านหนังสือและคิดถึงใครบางคนให้ขาดใจตายไปเลยดีกว่า

 ถ้าโลกเราไม่มีโทรศัพท์มือถือก็คงดี พักนี้คิดบ่อย ๆว่าอยากปิดโทรศัพท์แล้วปล่อยให้ตัวเองอยู่ในโลกของความฝันดีกว่า….

“คนมีความสำคัญเพราะเราให้ความสำคัญ ถ้าเราหยุดให้ความสำคัญ เค้าก็หมดความสำคัญ” วาทะของพี่ต้น-อนุสรณ์ มูราคามิเมืองไทยว่าไว้ เอ่อ..พี่คะ พูดน่ะพูดได้ แต่อาการใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และภาวะเหม่อลอยทุกบ่ายจะให้ทำอย่างไรดี

5 Responses to “ดอกกุหลาบสีขาว คืนวันศุกร์ และเรื่องราวของวินาทีสี่ทุ่ม”

  1. np2521 Says:

    ในหนังสือของปาริสุทธิ์เคยมีบันทึกว่า
    มีสวิทช์พิเศษอยู่อันหนึ่ง เวลาหกโมงเย็น และพระอาทิตย์กำลังจะลาลับ
    เหล่าคนเหงาพากันกดสวิทช์อันนี้พร้อมเพรียงกัน
    – เวลาหกโมงเย็นหายไป เหลือแต่เวลาในจินตภาพ
    แดดยังคงกระจ่าง และพวกเขาเริ่มทำงานเพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างอีกครั้ง

    แต่บันทึกก็คือบันทึก สวัทช์พิเศษอันนั้นจึงหายสาบสูญไป

    ชอบที่พ่งเขียนครับ ในเวลาหลังเที่ยงคืนแบบนี้ เหมือนไม่มีใครอยู่ในโลกอีกเลย

  2. atomie Says:

    ยังคงคารมคมคายเหมือนเคยนะค่ะบอกอสาวเหลือน้อยผู้มีอารมณ์อ่อนไหวไปกับความรู้สึก ทุกครั้งที่เหงา เศร้า เบื่อ แล้วได้หยิบหนังสือทำมือของบอกอที่เคยทำไว้ตอนสมัยเรียนยังคงจำได้รึเปล่า อ่านที่ไรไม่มีสักคราที่ใบหน้าจะไม่เปื้อนรอยยิ้ม จะติดตามงานของบอกอต่อไปนะ

  3. จี้ Says:

    ช่วงเวลาโพล้เพล้ของตะวันตกดิน
    สำหรับเราเหมือนมันไม่ใช่เวลาของการงานโดยแท้ ^_^
    เราว่าเวลาช่วงนี้มันต้องมีอะไรอยู่แน่ๆ อะไรที่ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร
    เราไม่เคยทำงานได้ในช่วงนี้เลยอ่ะ
    สมัยเด็กเราไม่เคยทำการบ้านในช่วงนี้
    โตขึ้นมาหน่อยนี่คือเวลาของการเล่นฟุตบอล
    หรือไม่ก็นั่งตลกโปกฮากับเพื่อนไปเรื่อยเปื่อยริมสระน้ำ
    ถ้าอยู่คนเดียวก็ต้องหยุดงานที่ทำหาทีวีหรืออะไรดูไปเรื่อยเปื่อย ให้ผ่านเวลาช่วงนี้ไปแล้วค่อยกลับมาทำใหม่
    ถ้าอยูในห้องสมุดนี่คือเวลาที่จะต้องออกไปหากาแฟกิน
    แม้กระทั้งเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็น
    แม้ว่างานจะเร่งขนาดไหนเวลาช่วงนี้คือเวลาที่เรามักจะเดินคุยเล่นกับเพื่อน
    ให้ชีวิตผ่านช่วงโพล้เพล้ไปก่อนแล้วค่อยกับมาทำงานใหม่

    เรารู้สึกมั่นใจมากๆ
    เหมือนที่ได้บอกไป
    ว่าเวลาช่วงนี้มันต้องมีอะไรอ่ะ

    อะไรที่ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร :P

  4. pawana1104 Says:

    กุหลาบสีขาวสวยมาก สวยจนตอนที่เราเดินถือกลับบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาสะกิดถามว่าซื้อมาจากไหน เสียดายที่มัวแต่ตกใจไปหน่อย ไม่งั้นเราจะยกให้เค้าเอาไปให้คนที่เค้ารัก

    ดอกมันใหญ่มากและก็หอมสุด ๆ วันจันทร์จะให้พี่ปุ๊กกี้ซื้อให้อีก….

  5. roundfinger Says:

    ปีหน้า ลองกลับมาอ่านบันทึกวันนี้ดูดิ
    น่าหนุกดี : )


Leave a Reply